แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉีดวัคซีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉีดวัคซีน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

ตารางฉีดวัคซีน

แรกเกิด-บีซีจีป้องกันวัณโรค ตับอักเสบบี
2 เดือน-ตับอักเสบบี คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ หยอดโปลิโอ ครั้งที่ 1
4 เดือน-ตับอักเสบบี คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ หยอดโปลิโอ ครั้งที่ 2
6 เดือน-ตับอักเสบบี คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เยื้อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ หยอดโปลิโอ ครั้งที่ 3
9 ถึง 12เดือน-วัคซีนรวม ป้องกันโรคหัดเยอรมัน-คางทูม เข็ม1
2 ปี-ตับอักเสบบี คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ โปลิโอกระตุ้นครั้งที่ 1 ไข้สมองอักเสบครั้งที่ 1 และ2 โดยให้ห่องกัน 1 ถึง 2 สัปดาห์ อีสุกอีใส
2 ปีขึ้นไป-ตับอักเสบเอ 2 เข็มห่างกัน 6 เดือน ไข้สมองอักเสบครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 1 ปี
4-6 ปี-วัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม เข็ม2 วัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่ควรรู้ในการฉีดวัคซีน

-หลังการฉีดวัคซีน เด็กอาจมีใช้ได้ 1-2วัน ให้ดูแลโดยยาลดไข้ และเช็ดตัวเมื่อมีไข้สูงร่วมด้วย ถ้ามีปฏิกิริยาจากวัคซีนมาก เช่น มีไข้ ชัก ควรรีบพาไปพบแพทย์ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพือเป็นข้อมูลในการฉีดวัคซีนครั้งต่อไป

-ถ้ามีไข้ในวันนัด ควรเลี่ยงการฉีดวัคซีนไปจนกว่าไข้จะหายดี ส่วนอาการของการเจ็บป่วย เช่น หวัด หรือไอเล็กน้อย โดยทั่วไปฉีดวัคซีนได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

-วัคซีนหลายชนิดสามารถให้ในวันเดียวกันได้ ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน ขึ้นอยู่กับวัคซีนแต่ละชนิด และเด็กแต่ละรายไม่เหมือนกัน

-เด็กมีประวัติแพ้ไข่ หรือ Neomycin ชนิดรุ่นแรง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อเลือกฉีดวัคซีนอย่างระมัดระวัง

-เด็กที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น โรคเอดส์ หรือได้รับการรักษาด้วยยาบางอย่าง ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้วัคซีนที่อาจเป็นอัตรายได้

-ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปีแรก จะฉีดวัคซีนบริเวณต้นขา ซึ่งง่ายและปลอดภัยกว่าบริเวณอื่น ๆ

-ผลการป้องกันวัคซีนที่ฉีดครบกำหนดบางตัว อาจป้องกันได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์

-บางครั้งอาจมีก้อนเป็นไต บริเวณหลังฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เจ็บ และจะหายไปเองใน 2-3 เดือน เป็นผลของส่วนผสมในวัคซีนร่วมกับการฉีดไม่ลึกพอ เกิดในเด็กบางคน

Followers

analy