วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตรวจร่างกายสม่ำเสมอ

การวัดความดันโลหิต
แม่ และทารกที่มีความดันโลหิตสูงเกินไปนั้นไม่ดี ความดันควรต่ำกว่าก่อนตั้งครรภ์ ถ้าความดันโลหิตสูงขึ้น แพทย์จะสั่งให้พักผ่อนมากขึ้น และปรับเปรียนระบบย่อยอาหารกรณีที่ความดันโลหิตสูงมาก จะเสี่ยงต่อการชะลอการเติบโตของทารก ฉะนั้นต้องในเย็น ๆ

การตรวจพบอาการบวมน้ำ
แพทย์จะตรวจว่าขา,ข้อเท้า และมือของคุณบวมหรือไม่ หากร่างกายบวมน้ำ และการกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายเกินไป อาจทำให้ความดันโลหิตสูง กรณีเช่นนี้จะทำอย่างไรก็ต้องดื่มน้ำที่ส่วนผสมของเกลือแร่เยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การเตรียมพร้อมก่อนให้กำเนิด

การตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ร่างกายคุณเริ่มเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และกำลังปรับสมดุลครั้งใหม่ จุดประสงค์ของการเตรียมพร้อมก่อนให้กำเนิด คือเพื่อสำรวจการเปลี่ยนสมดุลของร่างกาย โปรดศึกษาข้อมูลในบทเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับข้อบังคับ และประโยชน์อื่น ๆ ที่พึงได้รับ

การพบแพทย์มีจุดประสงค์เพื่อ
-ดูแลสุขภาพของคุณและทารก
-ควบคุมวิวิัฒนาการของการตั้งครรภ์
-ประเมินภาวะการคลอดเมื่อใกล้ถึงกำหนด

หลังจากพูดคัยกับแพทย์แล้ว จะมีการตรวจต่าง ๆ
การตรวจโดยสูตินรีแพทย์
สูตินรีแพทย์จะใช้ "เครื่องตรวจวัดภายในร่างกาย" อาทิตรวจช่องคลอดว่าปากมดลูกยึดหยุ่น และยาวขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงว่ามีทารกอยู่ในท้องคุณ

การตรวดเลือด
เมื่อพบแพทย์ครั้งแรก แพทย์จะสั่งตรวจเลือด ห้องปฏิบัติการจะตรวจเลือดและวิเคราะห์กรุ๊ปเลือด ถ้ากลุ่มเลือดของแม่เป็น Rh negative หรือ Rh- และกลุ่มเลือดของพ่อเป็น Rh positive หรือ Rh + ก็สามารถผลิตภูมิคุ้มกันให้กับทารกได้ ดังนั้นต้องตรวจภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างละเอียด ตลอดช่วงตั้งครรภ์

การตรวจโดยทั่วไป
แพทย์จะตรวจวัดความดันโลหิต ลูบคลำท้อง ฟังจังหวะการเต้นของหัวใจ และให้ช่างน้ำหนักเริ่มต้น คะณจะพัฒนาเพิ่มขึ้นตามที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพแข็งแรงของทารก โดยทั่วไป หญิงตั้งครรภ์จะมีน้ำหนักตังเพิ่มประมาณ 10 กิโลกรัม

เด็กจะเกิดเมื่อไหร่
เมื่อคำนวณวันคลอดตามทฤษฏี ให้นับจากวันแรกที่ประจำเดือนไม่มาไปอีก 40-41 สัปดาห์

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ติ่งเนื่อสีน้ำตาล-ดำ

ติ่งเนื่อสี่น้ำตาล-ดำ
มักเกิดขั้นที่คอ รักแร้ อันนี้หลังคลอดก็ไม่ยอมหายไปไหน การติดเชื้อราที่ผิวหนัง บริเวณที่มีการอับชื้้น เนื่องจากคนท้องมักขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย จึงเกิดจุดอับชื้นบริเวณซอกพับที่สรีระ มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น ใต้ราวนม รักแร้ ขาหนีบ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อราแคนดิดาได้ง่าย

สิว
เนืองจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างตั้งครรภ์ มีผลการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้บางคนเกิดเป็นสิวเห่อขั้นที่หน้า และตัวได้ แต่กับบางคนที่ก่อนตั้งครรภ์ เป็นสิวง่าย พอตั้งครรภ์สิวก็หาย หน้าผ่องก็มี

รอยแตกลาย
เกิดขึ้นจากการยึดตัวของผิวหนังขณะตั้งครรภ์ มักพบที่บริเวณหน้าท้อง สะโพก ก้น หน้าอก ต้นขา อาจเป็นสีชมพู ม่วง หรือดำในคนผิวคล้ำ บางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย หลังคลอดอาจจางลงได้เล็กน้อย

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โรคผื่นคัน

โรคผื่นคัน
ในคนท้องมีลักษณะเป็นผื่นลมพิษตุ่มแดงคัน ที่ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหาร หรือสารเคมีมักเป็นเมื่อครรภ์แก่ (3 เดือนก่อนคลอด) ผื่นคันนี้อาจลามกระจายทั้งตัวได้ แต่หลังคลอดผื่อก็จะค่อย ๆ จางหายไป

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รอยคล้ำ

รอยคล้ำ
จะสังเกตุได้ว่าบริเวณข้อพับของร่างกาย มีสีเข็มขึ้นตั้แต่รักแร้ ขาหนีบ ต้นขาด้านใน รวมถึงหัวนมและอวัยวะเพศ แต่ที่กลัวกันมากที่สุดคือมีฝ้าขึ้นที่หน้าโดยเฉพาะคนที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ กระที่เป็นอยู่แล้วก็มักมีสีเข้ม และเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างช้า ๆ ภายหลังคลอดได้


วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ผิวของคุณแม่เปลี่ยนไป

ผิวของคุณแม่เปลี่ยนไป
ปัญหาผิว ๆ นับว่า ยังมีความสำคัญของทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ต่างก็มีปัญหาผิวได้โดยเฉพาะผิวที่กำลังขยายตัวของผิวอย่างกับกลุ่มสตรีที่ตั้งครรภ์ที่ต้องมีผิวขยายตัว

เมื่อผู้หญิงเริ่มตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสรีระและอารมณ์ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลายชนิด ผิวพรรณที่มีการเปลี่ยนแปลงไป มักก่อให้เกิดความกังวลใจกับคุณผู้หญิงไม่น้อย ดังนั้นเรามารับรู้ถึงภาวะปกติและไม่ปกติที่เกิดขึ้นกับผิวพรรณขณะตั้งครรภ์เพื่อจะได้รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกันอีกต่อไป


วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เมื่อร่างกายคุณแม่เปลี่ยนไป

ปฏิกิริยาแรกที่จะเป็นแม่คืออะไร

ก็คือใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนาน ๆ มองหน้า มองรูปร่างเดี๋ยวใกล้ เดี๋ยวไกล คุณอยากจะมีท้องกลม ๆ ต้องอดทนเพราะ ช่วงแรกคุณจะไม่เห็นอะไรชัดเจนได้เลย คุณคงไม่อย่างเห็นรูปร่างของคุณกลมขึ้นแม้ว่า ร่างกายจะต้องการอาหารเพื่อทำให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิเจริญเติบโตจนเป็นทารกที่มีน้ำหนัก 3 กก.ในขณะที่ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องกับการมีคนมาอาศัยอยู่ในร่างกาย จะทำให้ร่างการเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อแม่เริ่มตั้งครรภ์ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเห็นชัดเจนยิ่งขั้น แต่อย่างไรก็ดีความเปลี่ยนแปลงนั้นยีนยันได้ว่่าทารกจะเติบโตและเกิดจากคุณ อย่างปลอดภัย
ร่างการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กลไกหลักภายในร่างกาย ทำงานเร็วขึ้น เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะต้องให้พลังงานกับร่างกายมากขึ้น ข้อแรก คือ ให้อาหารแก่ทากรและ กำจัดของเสีย ข้อสอง คือ สร้างเนี้อเยื่อใหม่ให้กับเต้านมและรก

การไหลเวียนของเลือด
จะสูงขึ้น สามารถผลิตเลือดได้เพิ่มขึ้นถึง 40% มดลูกต้องการเลือดเพื่อรับ-ส่ง ระหว่างระบบร่างกายของทารก

หัวใจ
เต้นเร็วขึ้นไม่ได้หมายความว่าเกิดจากภาวะทางอารมณ์เสมอไป เหตุผลง่าย ๆ ก็คือหัวใจต้องจ่างเลือดปริมาณสูง ทำให้ชีพจรเต้นเพิ่มขึ้น 15 ครั้งต่อนาที

การหายใจ
เร็วขึ้นโดยปอดจะใช้ออกซิเจนมากขึ้นทุกครั้งที่หายใจ คุณจะต้องสูดอากาศเพิ่มขึ้น 10-15% คุณจะรู้สึกเหนื่อยง่ายโดยเฉพาะช่วงปลายของการตั้งครรภ์

ไต
ระบบของไตทำงานเพิ่มขึ้นโดยต้องกรองเลือดในบริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

เต้มนมพร้อมให้น้ำนม
เดือนแรก : เต้านมหนังและบีบรัด จะเจ็บปวดมาก เป็นสัญญานทางร่างกายที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์

เดือนที่สองถึงสาม : หัวนมยื่นออก ส่วนที่ยึ่นออกมานี้จะมีวงสีคล้ำรอบ หัวนม นั่นก็ืคือ ต่อมไขมันที่จะ สร้างไขมันให้กับหัวนมเพื่อให้น้ำนมทารกต่อไป

เดือนที่สี่ : เป็นช่วงที่เต้านมอาจหลั่งสารสีเหลืองออกมา อย่าปิดกั้นไม่ให้น้ำนมไหลออกมาเพราะนั้นคือ น้ำนมเหลือง ซึ่งเป็นหัวน้ำนมที่อุดมด้วยภูมิคุ้มกัน

เดือนที่ห้า : บางทีสีคล้ำรอบหัวนมอาจขยายวงสีน้ำตาลใหญ่ขึ้น และจะหายไปเองหลังคลอด

เดือนที่หกถึงเดือนที่แปด : ต่อมน้ำนมใหญ่ขึ้นเป็นทวีคูณ และหัวนมจะบวม หลอดเลือดดำเห็นชัดเจน การไหลเวียนของเลือดหนาแน่นขึ้น เพื่อให้สารอาหารกับส่วนของร่างกายทีใช้แรงเกิดผลกระทบคือ คุณจะรู้สึกปวดร้าว


Followers

analy