วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปัญหาการขับถ่าย

ปัญหาการขับถ่าย
ปัญหาการปัสสาวะ เช่น การปวดปัสสาวะอยุ่ตลอดช่วงแรก ๆ กระเพาะปัสสาวะของคุณจะต้องอดทนต่อฮอร์โมนระหว่างที่ตั้งครรภ์ และในช่วงท้าย ๆ มันจะถูกบีบกดโดยหัวของทารกอย่าแก้ปัญหาด้วยการดื่มน้ำน้อยลงเพื่อเอาชนะอาการปวดปัสสาวะบ่อย เพราะร่างกายของคุณต้องการน้ำวันละ 1.5 ลิตร ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการป้องกันการติดเชื้อในปัสสาวะ

ท่อปัสสาวะรั่ว
อาการปัสสาวะรั่วเวลาหัวเราะ ไอจาม ไม่ต้องอาย เพราะในระยะ 6 เดือนนี้เป็นการบ่งบอกว่าช่องคลอดของคุณเริ่มจะขยายตัว ถึงเวลาที่จะต้องผดุงครรภ์แล้ว

ริดสีดวง
อาการของริดสีดวงคือมีตุ่มขึ้นบริเวณรอบทวารหนัก หลังจากถ่ายอุจจาระเสริจแล้ว อาจมีอาการบวมคัน และมีเลือดออก หากมีอาการปวดมาก ๆ แพทย์ก็จะทำการรักษา ให้ในภายหลัง เมื่อคลอด โรคริดสีดวงอาจกำเริบขึ้นมาได้อีกเป็นครั้งคราว

วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อาการไม่สบายเมื่อตั้งครรภ์


อาการไม่สบายเมื่อตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ เคล็ดลับ และวิธีป้องกันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่คุณแม่ควรทราบ
ท้องผูก
ลำไส้ของว่าที่คุณแม่จะทำงานช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยท้องผูกมาก่อน จะพบปัญหาดังกล่าวซึ่งอาจส่งผลต่อการติดเชื่อในปัสสาวะ ข้อแนะนำในการรักษาอาการท้องผูก ด้วยวิธี 3 ประการ ได้แก่

1.ออกกำลังกาย โดยการเดินวันละครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอ สำหรับการทำให้ลำไส้กลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้ง
2.รับประทานอาหารที่ช่วยให้ขับถ่าย เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด หรือผลไม้กวน และขนมปัง โฮลวิต หรืออาจเปลี่ยนเป็นผลไม้แห้งบ้างก็ได้ เปลี่ยนมาใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาลทรายขาว ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือเล็กน้อย ตอนตื่นนอนให้ดื่มน้ำส้ม หรือน้ำองุ่น หรืออาจเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น
3.ฝึกฝนการมีสุขลักษณะที่ดี อยู่เสมอ เช่น ขับถ่ายให้ตรงเวลา

ปัญหาการย่อยอาหาร
อาการแน่นท้อง หลังรับประทานอาหาร ท้องอืด อาเจียน เรอเหม็นเปรียว มีสาเหตุจากการที่กระเพาะอาหารทำงานช้าลง เนื่องจากฮอร์โมนระหว่างการตั้งครรภ์ที่เกี่ยวข้องกับกลไกการทำงานของร่างกาย และการขยายตัวของมดลูกที่จะไปกดทับลำไส้

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รายการนัดหมายคุณแม่

เดือน 1-3
ตรวจช่องคลอด
ตรวจความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ
ตรวจปัสสาวะ
ตรวจเลือด
น้ำหนัก
อัลตราซาวด์ครั้งแรก

อาการแม่และเจ้าตัวน้อย
แม่ - ประจำเดือนมาล่าช้า คัดเต้านม คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยง่าย ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ท้องผูก
ทารก - ไข่เป็นตัวอ่อนมีการแบ่งเชลล์หัวใจเริ่มเต้น ปอดเริ่มทำงานมีเค้าโครงหน้า ดวงตา

เดือน 4-6
ตรวจเลือดอย่างละเอียด
ตรวจน้ำตาลลและอัลบูมิน
วัดขนาดของมดลูก
ตรวจอาการบวมน้ำ
ตรวจช่องปาก
คลำท้อง
น้ำหนัก
อัลตราซาวด์ครั้งที่ 2

อาการแม่และเจ้าตัวน้อย
แม่ - หน้าท้องคุณแม่นุนออกมาเล็กน้อย แพ้ท้องลดลง น้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.5 ต่อเดือน อยากอาหาร เสียดท้อง เพลีย
ทารก - กระดูกเจริญเติบโต รกเป็นแหล่งอาหาร และออกซิเจนรับรู้ต่อสิ่งเร้า มีการเคลื่่อนไหว ลืมตาได้แล้ว เตะแม่ได้แล้ว


7-9 เดือน
เตรียมของใช้สำหรับเด็กที่จำเป็น
เตรียมของใช้สำหรับไปโรงพยาบาล
เข้าคอร์สออกกำลังกาย
เข้าคอร์สเตรียมความพร้อมก่อนคลอด
อัลตราซาวด์ครั้งที่ 3

อาการแม่และเจ้าตัวน้อย
แม่ - ปวดหลัง เป็นตะคริว เต้านมผลิตน้ำนม หายใจไม่อิ่ม มือเท้าบวม เส้นเลือดขอด
ทารก - กระดูกแข็งแรงมากขึ้น เริ่มสร้างไขมันได้ผิวหนัง สามารถรับรู้ความเจ็บปวด เด็กกลับหัวลงเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด


วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตรวจวัดระดับน้ำหนักของน้ำหนักขณะตั้งครรภ์

น้ำหนักขณะตั้งครรภ์มีเกณฑ์ดังนี้

อาทิตย์ที่ 2-12 คุณแม่จะน้ำหนักไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าช่วง 12 อาทิตย์ น้ำหนักจะเพิ่มมากขึ้นไม่เกิน 2 กิโลกรัม แต่หากน้ำหนักลดก็ยังไม่ต้องกังวลมาก เพราะการแพ้ท้องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาจทำให้คุณน้ำหนักลดได้

อาทิตย์ที่ 14-24 น้ำหนักจะขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1-1 1/2 กิโลกรัม เพราะช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มหาย แพ้ท้องสามารถทานอาหารได้สะดวกขึ้น

อาทิตย์ที่ 26-40 รูปร่างของคุณแม่จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน น้ำหนักคุณแม่จะขึ้นโดยเฉลี่ยเดือนละ 2-2 1/2 กิโลกรัม เจ้าตัวน้อยในครรภ์ก็กำลังเจริญเติมโตอย่างรวดเร็วทั้งทางสมอง และร่างกายจึงมักเป็นช่วงที่คุณแม่เจริญอาหารมากที่สุด และหากน้ำหนักคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไป จากนี้มากควรปรึกษาคุณหมอถึงอาการเกิดผิดปกติ

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปฏิบัติตัวให้ถูกต้างเมื่ออัลตราซาวด์

การตรวจถุงน้ำคร่ำ
มักใช้ตรวจหญิงตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 38 ปี ใช้กรณีที่มีอาการผิดปกติทางพันธุกรรมเช่นพันธุกรรมบกพร่อง และโรคทางกรรมพันธุ์ ซึ่งการตรวจแบบนี้ใช้ประเมินความเสี่ยงต่อการตรวจกลุ่มเลือด Rh ได้โดยจะตรวจช่วงสัปดาห์ที่ 16-18 แพทย์จะสอดเข็มเล็ก ๆ เข้าไปในท้องโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ เข็มนี้จะดูดสารอะมิโนติกออกมาวิเคราะห์ โดยปกติต้องไม่มีกลิ่น

การส่องกล้อง
แพทย์จะใช้หลอดบาง ๆ ทำจากเลนส์สายตา และมีแสงเพื่อตรวจภายในมดลูก ภาพจากการส่องกล้องจุลทรรศนี้จะปรากฏทางจออัลตราซาวด์ การตรวจส่งกล้องจะช่วยตรวจอาการผิด ปกติในด้านพัฒนาการของทารก ในการตรวจน้ำต้องวางยาสลบ และใช้เวลา 30 นาที บางครั้งต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน การตรวจประเภทนี้สามารถยืนยันอาการผิดปกติจากการอัลตราซาวด์ อาจมีการตรวจทางเทคนิคแบบอื่น ๆ เช่น การตรวจช่องคลอดกรณีจำเป็น

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตรวจเช็คเพิ่มเติม

อัลตราซาวด์ เห็นทากรด้วยตา
เป็นการใช้คลื่่นเสียงความถึ่สูง ที่เชื่องต่อกับเครื่องส่งภาพ เพื่อฉายภาพร่างกายทารก กลับขึ้นมาปรากฏบนจอทีวี ซึ่งการตรวจนี้จำเป็นต่อการตรวจวิวัฒนาการที่ดีของทารกตั้งแต่เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 9 ปฏิทินการตรวจร่างกายสม่ำเสมอ จะมีการตรวจอัลตราซาวด์ 3 ครั้ง
เริ่มรับรู้ และเคลื่อนไหวตอบสนองสิ่งเร้าภายนอกได้บ้าง

อัลตราซาวด์ครั้งแรก : สัปดาห์ที่ 7-12
ระยะนี้จะเห็นการเติมโตของตัวอ่อนทำให้แพทย์สามารถคำนวณวันคลอดได้ รวมถึงการเห็นพัฒนาการและวิวัฒนาการของทารกในครรภ์


เด็กมีน้ำหนัก 7 ขีด ตัวกับศรีษะมีขนาดสมดุลกัน หลับตาลืมตาได้


อัลตราซาวด์ครั้งที่สอง : สัปดาห์ที่ 20-40
คุณจะเห็นศรีษะ แขน และมือทารก อัลตราซาวด์จะบอกถึงรูปพรรณสัณฐาน คุณจะเห็นสุขภาพที่แข็งแรงของทารก ไม่ว่าจะเป็นขนาดอวัยวะ และการทำงานของอวัยวะและพัฒนาการของกระดูกการได้อัลตราซาวด์ ครั้งที่สองนี้อาจขอให้แพทย์ตรวจดูเพศของทารกได้


ตอนนี้ตัวยาว 30 เซนติเมตร หนัก 2 ก.ก. กระดูกแข็งแรง อวัยวะครบ



อัลตราซาวด์ครั้งที่สาม : สัปดาห์ที่ 32-34
เพื่อตรวจดูการเจริฐเติบโต การเคลือนไหว และ การหายใจของทารก อีกครั้ง และเพื่อดูความพร้อมของทารกก่อนคลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง ขนาดของทากร การฝังตัวของรก และดูว่าไม่มี สายสะดือพันรอบปากมดลูก เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การตรวจร่างกายสม่ำเสมอ

การวัดความดันโลหิต
แม่ และทารกที่มีความดันโลหิตสูงเกินไปนั้นไม่ดี ความดันควรต่ำกว่าก่อนตั้งครรภ์ ถ้าความดันโลหิตสูงขึ้น แพทย์จะสั่งให้พักผ่อนมากขึ้น และปรับเปรียนระบบย่อยอาหารกรณีที่ความดันโลหิตสูงมาก จะเสี่ยงต่อการชะลอการเติบโตของทารก ฉะนั้นต้องในเย็น ๆ

การตรวจพบอาการบวมน้ำ
แพทย์จะตรวจว่าขา,ข้อเท้า และมือของคุณบวมหรือไม่ หากร่างกายบวมน้ำ และการกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายเกินไป อาจทำให้ความดันโลหิตสูง กรณีเช่นนี้จะทำอย่างไรก็ต้องดื่มน้ำที่ส่วนผสมของเกลือแร่เยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

Followers

analy